วันอังคารที่ 01 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 16:17 น.

เต้าส่วนลูกเดือย ตอนที่ 1 Featured

Written by  ป้าเช็ง
Rate this item
(3 votes)

ลูกเดือย เป็นอาหารที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีสำหรับผู้รักสุขภาพทุกคน ไม่ว่าจะใช้เป็นส่วนผสมในอาหารคาวหวานร้อยแปด หรือต้มเป็นน้ำเพื่อใช้ฟื้นฟูแลบำรุงสุขภาพ เพราะลูกเดือยนั้นจัดเป็นธัญพืชอัศจรรย์ สารพัดประโยชน์ ที่มีพฤกษาเคมีที่มีคุณค่ามากมาย วันนี้ป้าเช็งจึงมาสอนแจ๋วทำ เต้าส่วนลูกเดือย ขนมโบราณ มากคุณค่าสามารถทำทานกันได้ทั้งครอบครัวในราคาแสนประหยัด


ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ว่าสารคอกซีโนไลด์ในเมล็ดเดือยมีสรรพคุณในการยับยั้งการเจริญของเนื้องอก และพบว่าสารสกัดด้วยน้ำหรือตัวทำละลายอินทรีย์ จากรากหรือเมล็ดเดือยมีฤทธิ์ทำให้การหมุนเวียนของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้น ทำให้เส้นผมงอกงามดี

ผลการทดลองการรักษาโรคหูดที่มักจะเป็นเรื้อรัง ก็ช่วยยืนยันสรรพคุณของลูกเดือย โดยการทดลองในคนไข้ 23 ราย ให้กินลูกเดือย 60 กรัม ต้มรวมกับข้าวรับประทานวันละ 1 ครั้ง ติดต่อกันจนกว่าจะหาย หลังจากกินลูกเดือยติดต่อกัน 7-76 วัน ได้ผลหายขาด 11 ราย อาการดีขึ้น 8 ราย ไม่ได้ผล 6 ราย ซึ่งอาจเป็นเพราะสารจากลูกเดือย มีฤทธิ์ ทำให้เลือดมาเลี้ยงที่ผิวหนังดีขึ้น หรือจากฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกนั่นเอง

เหตุที่ลูกเดือยมีคุณค่าทางอาหารสูง เพราะมีปริมาณโปรตีน 13.84% คาร์โบ-ไฮเดรต 70.65% เยื่อใย 0.23% ไขมัน 5.03% แร่ธาตุต่างๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะฟอสฟอรัส ซึ่งช่วยบำรุงกระดูก มีอยู่ในปริมาณสูง รวมทั้งวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 โดยเฉพาะวิมามินบี 1 มีในปริมาณ มาก (มีมากกว่าข้าวกล้อง) ซึ่งช่วยแก้โรค เหน็บชาด้วย

ยังค่ะ..คุณค่ายังไม่หมดเท่านี้ เพราะลูกเดือยยังมีกรดอะมิโนทุกชนิดที่สูงกว่าความต้องการตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ยกเว้นเมทไธโอนีนและไลซีน เช่น มีกรดกลูตามิกในปริมาณมากตามด้วยลูซีน, อลานีน,โปรลีน วาลีน, ฟินิลอลานีน, ไอโซลูซีน และอาร์จีนีนลดหลั่นลงมา

แถมลูกเดือยยังมีกรดไขมันจำเป็นชนิดที่ไม่อิ่มตัวด้วย เช่น กรดโอเลอิค และกรดลิโนเลอิก รวมแล้วถึง 84% และเป็นกรดไขมันชนิดอิ่มตัว คือ ปาล์มิติ และสเตียริก เพียง 16% เท่านั้น

(คัดลอกบางสว่นมาจากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 93 ส.ค. 51 โดยป้าบัว)

Additional Info

  • ส่วนผสมอาหาร:


    1.ลูกเดือย
    2.น้ำสะอาด
    3.น้ำมะพร้าว
    4.เนื้อมะพร้าว
    5.น้ำตาลทรายไม่ฟอกขาว
    6.หัวกะทิ


  • วิธีทำอาหาร:


    1.ล้างลูกเดือยให้สะอาด (ใช้วิธีซาวเหมือนซาวข้าว)

    2.นำลูกเดือยที่ล้างแล้วไปแช่กับเอ็นไซม์ 30 นาที
    3.นำลูกเดือยใส่หม้อแล้วต้มประมาณ 5-10 นาที
    4.ปิดฝาดับไฟ ปล่อยให้ลูกเดือยบาน ใช้เวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง
    5.ตักน้ำต้มลูกเดือยใส่ถ้วยแล้วใส่ แป้งเท้ายายม่อม คนให้ละลาย
    6.เอาน้ำมะพร้าว และ เนื้อมะพร้าวใส่ลงไปในหม้อ
    7.ต้มลูกเดือยในหม้อรอน้ำเดือดใส่น้ำตาลทรายกะหวานตามชอบ
    8.คนน้ำตาลจนละลายทั่วน้ำเอาแป้งเท้ายายม่อมที่ผสมไว้มาเทใส่ในหม้อแล้วคนต้มต่อไปประมาณ 5-10 นาที ให้แป้งและน้ำตาลละลายให้ทั่ว

    วิธีทาน ตักเต้าส่วนลูกเดือยใส่ถ้วยแล้วราดด้วยหัวกะทิ



  • เคล็ดไม่ลับ:


    -ลูกเดือยเมื่อต้มแล้วควรรอให้บาน สมัยโบราณจะต้มตอนเย็นแล้วทิ้งไว้หนึ่งคืน หากไม่บานจะแข็งทานไม่อร่อย
    -น้ำตาลทรายควรใส่ก่อนแป้งเพราะจะทำให้ละลายได้ดีกว่า
    -แป้งเท้ายายม่อมจะอร่อยกว่าแป้งมัน แต่ถ้าไม่มีใช้แป้งมันธรรมดาก็ได้

Last modified on วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2011 เวลา 13:34 น.

Related Video