วันพุธที่ 02 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 14:09 น.

ผัดกะเพราไก่ Featured

Written by  ป้าเช็ง
Rate this item
(5 votes)

กะเพราไก่ อาหารจานด่วนยอดนิยมของชาวไทย โดยเฉพาะผู้นิยมทานรสจัด และเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ขึ้นชื่อของประเทศไทย เพราะมีทั้งความเผ็ดร้อนและรสชาติจัดจ้าน กลมหล่อมกำลังดี อีกทั้งยังได้คุณประโยชน์จากสมุนไพร คือใบกระเพรา ,พริก และกระเทียม ซึ่งคนไทยแทบจะทุกคนน่าจะทำเป็นเพราะทำง่ายไม่ต้องใช้เครื่องปรุงยุ่งยาก แต่จะทำให้อร่อย และปลอดสารเคมีและผงชูรส นั้นคงหาทานกันยากหน่อย แม้เป็นผัดกระเพราจากภัตราคารก็ตาม ยังไงก็หนีไม่พ้นสารเร่งเนื้อหรือบรรดาเคมีจากเครื่องปรุงและผักเป็นแน่แท้ ถ้าจะทำให้ปลอดภัยจริงๆคงต้องทำทานเอง วันนี้ป้าเช็งจึงมาสอนแจ๋ว อาหารง่ายๆสไตล์พี่ไทย ที่เรียกกันว่า ผัดกะเพราไก่ แบบไร้สารเคมีและผงชูรส




กะเพราราชินีสมุนไพร

ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน
การกินสารสกัดจากใบกะเพรา 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ก่อนการฉายรังสีหนูทดลอง หนูกินสารสกัดดังกล่าวมีความผิดปกติของโครโมโซมเซลล์ไขกระดูกที่แยกจากหนูที่รับรังสี 4.5 Gy ติดต่อกัน 5 วันต่ำกว่ากลุ่มควบคุม มีผลให้ระดับ GSH GST เอนไซม์กลูตาไทโอนรีดักเตส (GSPx) และ SOD ในตับมีระดับสูงขึ้น แต่ลดการเกิดออกซิเดชันของไลพิด

นอกจากนี้ สารฟลาโวนอยด์จากใบกะเพราคือ โอเรียนทิน (orientin) และไวซีนิน (vicenin) ก็มีฤทธิ์ป้องกันความผิดปกติทางโครโมโซมของเซลล์ไขกระดูกหนูอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ฤทธิ์ลดความดันเลือด
การศึกษาในสุนัขพบว่า fixed oil จากกะเพรามีฤทธิ์ลดความดันเลือด อันอาจมีผลจากฤทธิ์ขยายหลอดเลือดส่วนปลาย และเชื่อว่ามีคุณสมบัติยับยั้งการเกาะกันของเกล็ดเลือด เพิ่มระยะเวลาแข็งตัวของเลือด

ฤทธิ์ลดปริมาณไขมันในเลือดและปริมาณคอเลสเตอรอลสุทธิ
พบว่าฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดมาจากความสามารถในการต้านออกซิเดชันของกะเพรา 
กระต่ายที่ได้รับใบกะเพราสดผสมอาหารขนาด 1-2 กรัม/กิโลกรัม/วัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์จะมีปริมาณ คอเลสเตอรอลสุทธิ ไตรกลีเซอไรด์ ฟอสโฟไลพิด และไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดลง และมีไขมันดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) และคอเลสเตอรอลในอุจจาระเพิ่มขึ้น

ฤทธิ์ต่อระบบหัวใจ 
เมื่อให้ใบกะเพราสดบดละเอียด 50 และ 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน เป็นเวลา 30 วันแก่หนู แล้วจึงเหนี่ยวนำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายด้วย isoproterenol 
พบว่าใบกะเพราบดเพิ่มภาวะต้านออกซิเดชันในหัวใจ เพิ่มระดับ GSH SOD คาทาเลส และ GPx activity และลดการเกิดไลพิดเพอออกซิเดชันและการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ

ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลกระเพาะอาหาร 
สารสกัดกะเพราลดการหลั่งกรด เพิ่มการหลั่งสาร เยื่อเมือกของกระเพาะอาหาร เมื่อป้อนสารสกัดกะเพราด้วยแอลกอฮอล์ 70% ทางท่อเข้าที่กระเพาะหนูขาว ขนาด 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม มีผลรักษาแผลกระเพาะอาหารที่เกิดจากแอสไพริน แอลกอฮอล์ ฮิสตามีน และความเครียด พบว่าสามารถลดการหลั่งกรด และป้องกันการถูกทำลายของเยื่อบุกระเพาะอาหารได้

ฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้
สารสกัดน้ำหรือแอลกอฮอล์ 50% ของใบสดหรือใบกะเพราแห้ง มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้หนูตะเภาและกระต่ายที่ถูกกระตุ้นด้วยฮิสตามีน อะเซทิลโคลีน หรือคาร์บาคอล (carbachol)

ฤทธิ์ขับลม
ใช้น้ำต้มใบกะเพรา 2-3 หยด ผสมน้ำนมให้ทารกดื่ม ทำให้ทารกสบายท้อง เพราะน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากกะเพราช่วยขับลมในท้อง

ฤทธิ์ลดการอักเสบ
การศึกษากะเพราพบว่ามีฤทธิ์ต้านการทำงานของเอนไซม์ค็อกซ์-1 (Cox-1) และค็อกซ์-2 (Cox-2) เหมือนยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์ (ที่นิยมใช้รักษาโรคข้ออักเสบ) อันเนื่องมาจากสารยูจีนอล cirsillenol, cirsimaritin, Isothymonin, Apigenin, rosmarinic acid ในน้ำมันกะเพรา มีฤทธิ์ลดการอักเสบโดยยับยั้งการสังเคราะห์พรอสตาแกลนดิน (prostaglandin)

เมื่อป้อนสารสกัดเอทานอล 50% ของใบกะเพรา น้ำมันหอมระเหย และ fixed oil จากเมล็ดกะเพราครั้งเดียวให้หนูตะเภาที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบที่อุ้งเท้าด้วยสารคาราจีแนน  เซอราโทนิน และฮิสตามีน พบว่าสารสกัดจากใบและลำต้นของกะเพรามีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบได้ เนื่องจากไปยับยั้งการสังเคราะห์สารที่ทำให้เกิดการอักเสบ

นอกจากนี้ เมื่อป้อน fixed oil จากเมล็ดกะเพรา ขนาด 3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ให้กับหนูขาวกินเป็นเวลา 10 วัน ก่อนที่จะฉีดสารที่ทำให้เกิดการอักเสบที่ข้อเข่าของหนู  พบว่า fixed oil จากเมล็ดกะเพรา สามารถยับยั้งการอักเสบของข้อเข่าของหนูได้ โดยมีผลยับยั้งเทียบเท่ากับยาแอสไพริน และตำรับยาที่มีกะเพราเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ขนาด 300 และ 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เมื่อทดสอบกับอุ้งเท้าหนูขาวที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบด้วยสารคาราจีแนน และฟอร์มาลีน มีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบได้ เนื่องจากไปยับยั้งการสังเคราะห์สารที่ทำให้เกิดการอักเสบดังกล่าว

ฤทธิ์แก้ปวด
สารสกัดใบกะเพราด้วยแอลกอฮอล์หรือให้กินทางปาก สามารถยับยั้งอาการปวดได้ เมื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการปวดโดยการฉีดกรดอะเซติกเข้าทางช่องท้องหนูทดลอง

ฤทธิ์ปกป้องตับ

เมื่อฉีดสารสกัดทั้งต้นด้วยแอลกอฮอล์ 70% เข้าช่องท้องหนูถีบจักร 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หรือป้อนตำรับยาที่มีกะเพราเป็นส่วนประกอบขนาดต่างๆ กันให้กับหนูขาวทางปาก  และสารสกัดใบกะเพราขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เมื่อป้อนให้กับหนูถีบจักรทางปากนาน 10 วัน พบว่าป้องกันตับจากการถูกทำลายด้วยสารคาร์บอนเตตราคลอไรด์หรือสารปรอทได้

ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดและรักษาเบาหวาน
ประเทศอินเดียมีประวัติการใช้น้ำชงช่อดอกดื่มรักษาเบาหวาน และใช้ชาชงจากใบดื่มเพื่อควบคุมระดับ น้ำตาลในเลือด ส่วนประเทศปากีสถานกินผงใบกะเพรา มื้อละ 21 กรัม วันละ 2 ครั้งเพื่อรักษาเบาหวาน
เมื่อให้ใบกะเพราผงแก่หนูเบาหวานจาก strep-tozocin และหนูปกติ 1 เดือน พบว่าระดับ fasting blood sugar, uronic acid กรดอะมิโนรวมสุทธิ ปริมาณคอเลสเตอรอลสุทธิ ไตรกลีเซอไรด์ ฟอสโฟไลพิด และปริมาณไลพิดสุทธิลดลง

การศึกษาเชิงคลินิกกับผู้ป่วยแบบไม่พึ่งอินซูลิน กินผงใบกะเพรา 2.5 กรัม/คน ยืนยันผลของการกินกะเพราลดน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารและลดระดับน้ำตาลในปัสสาวะอีกด้วย

ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย
สารในกลุ่มฟีนอล แทนนิน และซาโพนินจากต้น กะเพราและสารสกัดเอทานอล และน้ำมันหอมระเหยจากกะเพราสามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย E. coli  และ Shigella dysenteriae ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการท้องเสียได้

ฤทธิ์ต้านเชื้อสิว
งานวิจัยของประเทศไทยพบว่า น้ำมันหอมระเหยจากกะเพรา ซึ่งมีสารยูจีนอล แกมม่าคาร์โยฟิลีน และเมททิลยูจีนอลเป็นองค์ประกอบสำคัญ มีฤทธิ์ต้านการเติบโตของเชื้อสิว Propionibacterium acnes ซึ่งจะสามารถนำไปพัฒนาเป็นสารรักษาสิวต่อไป

ที่มา นิตยสาร หมอชาวบ้าน 

Additional Info

  • ส่วนผสมอาหาร:


    1.กะเพราหั่น 1 ถ้วย
    2.พริกหั่นฝอย 1 ถ้วย
    3.ไก่แช่เอนไซม์ 3ถ้วย
    4.กระเทียมหั่นฝอย
    5.น้ำเอนไซม์ 1ช้อนโต๊ะ
    6.น้ำมันไก่เอนไซมื 2ช้อนโต๊ะ
    7.น้ำตาลทรายแดง 1ช้อนโต๊ะ

     


  • วิธีทำอาหาร:


    1.ใส่น้ำมันไก่หรือน้ำมันพืช 2 ช้อนตั้งน้ำมันให้ร้อน
    2.ใส่พริกหั่นฝอยและกระเทียมที่เตรียมไว้ลงในกระทะ
    3.ใส่ไก่เอนไซม์ลงไปผัดกับพริก
    4.ใส่น้ำเอนไซม์ลงไปเพื่อเพิ่มความเด้งของไก่
    5.ใส่น้ำตาลลงเล็กน้อยผัดให้เข้ากัน
    6.ใส่ใบกะเพราลงผัดกับไก่ รอสุก แล้วจึงตักเสริฟได้




  • เคล็ดไม่ลับ:


    -กะเพราควรหั่นฝอยเพื่อเวลาทานได้ไม่ติดคอและทำให้รสกลมกล่อมขึ้น
    -ใส่น้ำเอนไซม์จะทำให้เนื้อไก่เด้งไม่นิ่มเกินไป

Last modified on วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2011 เวลา 13:51 น.

Related Video